ความปลอดภัย
สุ่มรหัสผ่านที่คาดเดายาก
สุ่มรหัสผ่านด้วยตัวสร้างเลขสุ่มระดับเข้ารหัสของเบราว์เซอร์ กำหนดความยาวและชุดตัวอักษรได้ พร้อมค่าความแข็งแรงและเวลาที่ใช้เดารหัส
แชร์เครื่องมือนี้
แชร์ผ่าน
ตั้งค่ารหัสผ่าน
รูปแบบที่ต้องการ
ชุดตัวอักษรที่ใช้
ผลลัพธ์
รหัสผ่านที่ได้
ความซับซ้อน (entropy)
-
เวลาที่ใช้เดารหัส
-
รหัสผ่านนี้ไม่ถูกบันทึกไว้ที่ใด ควรคัดลอกไปเก็บในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านทันที และอย่าส่งรหัสผ่านผ่านแชทหรืออีเมล
วิธีใช้งาน
- เลือกความยาวรหัสผ่าน แนะนำอย่างน้อย 16 ตัวอักษรสำหรับบัญชีสำคัญ
- เลือกชุดตัวอักษรที่ต้องการใช้ ยิ่งเปิดหลายชุดยิ่งเดายาก
- กดสร้างรหัสผ่าน แล้วคัดลอกไปเก็บในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านทันที
แหล่งอ้างอิง
- NIST SP 800-63B — Digital Identity Guidelines (Memorized Secrets)
ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-02
- MDN — Crypto.getRandomValues()
ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-02
ความรับผิดชอบของเนื้อหา
เครื่องมือนี้ให้บริการฟรีโดย sabai.tools การประมวลผลทั้งหมดทำงานบนอุปกรณ์ของคุณ (Client-side) ข้อมูลที่คุณกรอก จะไม่ถูกส่งออกหรือบันทึกไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเราผลลัพธ์ใช้เพื่อประมาณการเบื้องต้น ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญหรือเอกสารทางการก่อนนำไปใช้ตัดสินใจ
รหัสผ่านที่ปลอดภัยเป็นอย่างไร
รหัสผ่านที่ดีต้องคาดเดายากสำหรับเครื่องจักร ไม่ใช่แค่ดูซับซ้อนสำหรับคน รหัสอย่าง P@ssw0rd! ดูเหมือนปลอดภัยเพราะมีอักขระพิเศษและตัวเลข แต่เครื่องมือเจาะรหัสรู้จักการแทนตัวอักษรแบบนี้ดีอยู่แล้ว จึงเดาได้ในเวลาไม่นาน สิ่งที่มีผลจริงคือความยาวและความสุ่มที่แท้จริง
เครื่องมือนี้สุ่มอย่างไร
ใช้ crypto.getRandomValues ซึ่งเป็นตัวสร้างเลขสุ่มระดับเข้ารหัสที่มีอยู่ในเบราว์เซอร์ ต่างจาก Math.random ที่คาดเดาได้หากรู้สถานะภายใน และเราใช้วิธี rejection sampling เพื่อให้ทุกตัวอักษรมีโอกาสถูกเลือกเท่ากันจริง ไม่เอนไปทางตัวอักษรต้นชุดอย่างที่การหารเอาเศษแบบธรรมดาทำ
ความยาวสำคัญกว่าความซับซ้อน
- รหัส 8 ตัวอักษรครบทุกชุด มี entropy ประมาณ 52 บิต ถือว่ายังไม่พอสำหรับบัญชีสำคัญ
- รหัส 16 ตัวอักษรครบทุกชุด มี entropy ประมาณ 105 บิต ซึ่งเดาไม่ไหวด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน
- การเพิ่มความยาว 1 ตัวอักษร เพิ่มความยากมากกว่าการเพิ่มอักขระพิเศษเข้าไปในรหัสสั้น
ข้อควรปฏิบัติ
- ใช้รหัสผ่านต่างกันทุกเว็บ เมื่อเว็บหนึ่งข้อมูลรั่ว บัญชีอื่นจะไม่ถูกยึดตามไปด้วย
- ใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน เพราะไม่มีใครจำรหัสสุ่มยาว 16 ตัวได้หลายสิบบัญชี
- เปิดการยืนยันสองขั้นตอน ช่วยป้องกันแม้รหัสผ่านหลุดไปแล้ว
- ไม่ต้องเปลี่ยนรหัสผ่านตามกำหนดเวลา NIST เลิกแนะนำแล้ว เพราะทำให้คนตั้งรหัสง่ายลง ให้เปลี่ยนเมื่อสงสัยว่าหลุดเท่านั้น
- ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัวในรหัสผ่าน เช่น วันเกิด เบอร์โทร หรือชื่อสัตว์เลี้ยง
ตัวอักษรที่สับสนง่าย
ตัวเลข 0 กับตัวอักษร O หรือเลข 1 กับตัว l และ I มักอ่านผิดเมื่อต้องพิมพ์ตามจากกระดาษ หรือจากหน้าจออื่น หากต้องอ่านรหัสผ่านด้วยตาแล้วพิมพ์เอง ให้เปิดตัวเลือกตัดตัวอักษรเหล่านี้ออก แต่จะทำให้ชุดตัวอักษรเล็กลงเล็กน้อย ควรชดเชยด้วยการเพิ่มความยาว
เวลาที่ใช้เดารหัสเป็นการประมาณการที่สมมติว่าผู้โจมตีเดาแบบสุ่มทั้งหมดด้วยความเร็ว หนึ่งแสนล้านครั้งต่อวินาที ในทางปฏิบัติความเร็วขึ้นอยู่กับวิธีที่เว็บนั้นเก็บรหัสผ่าน และรหัสผ่านที่มีรูปแบบคาดเดาได้จะถูกเจาะเร็วกว่านี้มาก
คำถามที่พบบ่อย
รหัสผ่านที่สร้างถูกส่งไปเซิร์ฟเวอร์ไหม
ไม่ถูกส่ง รหัสผ่านสร้างขึ้นในเบราว์เซอร์ของคุณด้วย crypto.getRandomValues และไม่มีการบันทึกไว้ที่ใด เมื่อปิดหรือรีเฟรชหน้าเว็บรหัสผ่านจะหายไปทันที
รหัสผ่านควรยาวเท่าไหร่
อย่างน้อย 12 ตัวอักษรสำหรับบัญชีทั่วไป และ 16 ตัวอักษรขึ้นไปสำหรับบัญชีสำคัญอย่างอีเมลหลักหรือบัญชีธนาคาร ความยาวมีผลต่อความปลอดภัยมากกว่าการใส่อักขระพิเศษ
ทำไมต้องใช้รหัสผ่านต่างกันทุกเว็บ
เพราะเมื่อเว็บใดเว็บหนึ่งข้อมูลรั่ว ผู้ไม่หวังดีจะนำอีเมลและรหัสผ่านนั้นไปลองล็อกอินเว็บอื่นต่อ ซึ่งเรียกว่า credential stuffing หากใช้รหัสผ่านซ้ำกันบัญชีอื่นจะถูกยึดตามไปด้วย
ค่า entropy บอกอะไร
entropy คือหน่วยวัดความคาดเดายากเป็นบิต ยิ่งสูงยิ่งเดายาก รหัสผ่านที่มี entropy ต่ำกว่า 40 บิตถือว่าอ่อน ควรอยู่ที่ 80 บิตขึ้นไปจึงจะเรียกว่าแข็งแรง
ควรเก็บรหัสผ่านที่สุ่มมาอย่างไร
ควรเก็บในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านเช่น Bitwarden, 1Password หรือตัวจัดการที่มากับเบราว์เซอร์ ไม่ควรจดใส่ไฟล์ข้อความหรือส่งผ่านแชท
ทำงานต่อด้วย SABAI.TOOLS