เครื่องมือนักพัฒนา (Dev Tools)

คำนวณ IP และ Subnet Mask

โปรแกรมคำนวณ IP และ Subnet Mask (IPv4 Subnet Calculator) หา Network Address, Broadcast, ช่วง Host IP ที่ใช้งานได้ (Usable IP Range), CIDR และ Wildcard Mask ฟรี

ประมวลผลในเบราว์เซอร์ ข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์
แชร์เครื่องมือนี้

แชร์ผ่าน

ข้อมูล IP และ Subnet

สามารถพิมพ์รวม CIDR ได้ เช่น 172.16.0.1/20

ผลลัพธ์การคำนวณ Subnet

ช่วง IP ที่ใช้งานได้ (Usable Host Range)Private (RFC 1918)
192.168.1.1192.168.1.254
จำนวน Host ที่ใช้งานได้: 254 เครื่องทั้งหมด: 256 IP
Network Address (วงเน็ต):192.168.1.0
Broadcast Address:192.168.1.255
Subnet Mask:255.255.255.0
Wildcard Mask (Cisco):0.0.0.255
IP Class:Class C
CIDR / Hex:/24 (0xC0A80164)

โครงสร้างเลขฐานสอง (Binary Format):

IP:11000000.10101000.00000001.01100100
Mask:11111111.11111111.11111111.00000000

วิธีใช้งาน

  1. กรอกหมายเลข IPv4 ที่ต้องการตรวจสอบ เช่น 192.168.1.1 หรือ 10.0.0.1 (หรือคลิกเลือกตัวอย่างด่วนด้านล่าง)
  2. เลือกขนาด Subnet Mask หรือ CIDR Prefix (เช่น /24 สำหรับ 254 เครื่อง หรือ /30 สำหรับ Point-to-Point)
  3. ระบบจะคำนวณและแสดง Network Address, Broadcast Address, ช่วง Host IP แรกถึงตัวสุดท้ายที่ใช้งานได้จริง
  4. ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น Wildcard Mask, IP Class, Private/Public Status, และเลขฐานสอง (Binary Format)

แหล่งอ้างอิง

  1. IETF RFC 791: Internet Protocol Specification
  2. IETF RFC 4632: Classless Inter-domain Routing (CIDR)
  3. IETF RFC 1918: Address Allocation for Private Internets

ความรับผิดชอบของเนื้อหา

เครื่องมือนี้ให้บริการฟรีโดย sabai.tools การประมวลผลทั้งหมดทำงานบนอุปกรณ์ของคุณ (Client-side) ข้อมูลที่คุณกรอก จะไม่ถูกส่งออกหรือบันทึกไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเราผลลัพธ์ใช้เพื่อประมาณการเบื้องต้น ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญหรือเอกสารทางการก่อนนำไปใช้ตัดสินใจ

Subnet Calculator และหลักการคำนวณ IP Address

IP Address (IPv4) ประกอบด้วยเลขฐานสองขนาด 32 บิต แบ่งออกเป็น 4 ส่วน (Octet) คั่นด้วยเครื่องหมายจุด การแบ่งเครือข่าย (Subnetting) คือการนำ Subnet Mask มากำหนดว่าส่วนใดคือหมายเลขเครือข่าย (Network ID) และส่วนใดคือหมายเลขประจำเครื่อง (Host ID)

ทำไมต้องตัด 2 IP ออกจากจำนวน Host ทั้งหมด?

ในแต่ละ Subnet จะต้องสงวน IP ไว้ 2 ตัวที่ไม่สามารถนำไปตั้งค่าให้อุปกรณ์ทั่วไปได้:

  • Network Address (IP แรก): ใช้เป็นตัวแทนระบุเครือข่ายนั้นๆ
  • Broadcast Address (IP สุดท้าย): ใช้สำหรับส่งข้อมูลไปยังทุกอุปกรณ์ในวงแลนพร้อมกัน
  • สูตร Host ที่ใช้งานได้: 2^(32 - CIDR) - 2 เช่น /24 จะได้ 2^8 - 2 = 254 เครื่อง

ตารางเปรียบเทียบ Subnet Mask และจำนวน Host ยอดนิยม

  • /24 (255.255.255.0): 254 Usable Hosts — มาตรฐานวงแลนบ้านและออฟฟิศขนาดเล็ก
  • /26 (255.255.255.192): 62 Usable Hosts — เหมาะสำหรับแบ่งแผนกในออฟฟิศ
  • /28 (255.255.255.240): 14 Usable Hosts — เหมาะสำหรับวงเซิร์ฟเวอร์ย่อยหรือ DMZ
  • /30 (255.255.255.252): 2 Usable Hosts — ใช้สำหรับเชื่อมต่อเราเตอร์แบบ Point-to-Point (WAN Link)

คำถามที่พบบ่อย

Private IP Address คืออะไร มีช่วงไหนบ้าง?

Private IP คือชุด IP ที่กำหนดไว้สำหรับใช้ภายในเครือข่ายท้องถิ่น (LAN/VLAN) โดยไม่ชนกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง: 10.0.0.0/8 (Class A), 172.16.0.0/12 (Class B), และ 192.168.0.0/16 (Class C)

ทำไม Usable Host ถึงต้องลบออก 2 IP?

เพราะในแต่ละ Subnet ต้องสงวน IP แรกไว้เป็น Network Address (ระบุตัวตนของเครือข่าย) และสงวน IP สุดท้ายไว้เป็น Broadcast Address (ใช้ส่งข้อมูลหาทุกเครื่องพร้อมกัน) จึงเหลือกำลัง host ที่ใช้งานได้จริงคือ 2^(32-CIDR) - 2

Wildcard Mask คืออะไร ใช้ประโยชน์อย่างไร?

Wildcard Mask คือค่ากลับบิตของ Subnet Mask (นำ 255.255.255.255 ลบด้วย Subnet Mask) นิยมใช้ในการเขียนกฎ Access Control Lists (ACL) และกำหนด Routing OSPF บนอุปกรณ์เครือข่าย Cisco