เครื่องคิดเลข

คำนวณดอกเบี้ยทบต้น

คำนวณผลตอบแทนจากดอกเบี้ยทบต้น ใส่เงินต้น อัตราดอกเบี้ยต่อปี ระยะเวลา และเงินออมเพิ่มรายเดือน ดูเงินรวมในอนาคต ดอกเบี้ยที่ได้ และมูลค่าหลังหักเงินเฟ้อ

คำนวณในเบราว์เซอร์ ข้อมูลการเงินของคุณไม่ถูกส่งออก
แชร์เครื่องมือนี้

แชร์ผ่าน

ข้อมูลการออม

เงินต้นและผลตอบแทน

ทบต้น
฿
฿

ใส่ 0 หากต้องการดูการเติบโตของเงินก้อนเดียวโดยไม่ออมเพิ่ม

เงินฝากประจำมักอยู่ราว 1-2% ต่อปี กองทุนรวมตราสารหนี้ราว 2-3% ส่วนหุ้นระยะยาวเฉลี่ยราว 7-10% แต่มีความผันผวนสูง

1 ปี40 ปี
การตั้งค่าขั้นสูง

ผลการคำนวณ

เงินรวมเมื่อครบกำหนด

ประมาณการ

เงินรวมทั้งหมด

-

เงินที่ใส่เองทั้งหมด

-

ดอกเบี้ยที่ได้รับ

-

ดอกเบี้ยคิดเป็น

-

เงินโตเท่าตัวใน (กฎ 72)

-

มูลค่าที่แท้จริงหลังหักเงินเฟ้อ

-

คืออำนาจซื้อของเงินก้อนนี้เทียบกับค่าเงินในวันนี้

การเติบโตรายปี

ปีที่เงินรวมดอกเบี้ยสะสม

เป็นการประมาณการโดยสมมติว่าได้ผลตอบแทนคงที่ทุกปี ในความเป็นจริงผลตอบแทนจากการลงทุนผันผวนได้ และยังไม่รวมภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ค่าธรรมเนียมกองทุน หรือค่าใช้จ่ายอื่น

วิธีใช้งาน

  1. กรอกเงินต้นที่มีอยู่ตอนนี้ และเงินที่ตั้งใจออมเพิ่มทุกเดือน (ถ้าไม่มีให้ใส่ 0)
  2. ใส่อัตราผลตอบแทนต่อปีที่คาดว่าจะได้ และจำนวนปีที่จะปล่อยให้เงินเติบโต
  3. ดูเงินรวมเมื่อครบกำหนด ดอกเบี้ยที่ได้รับ และตารางแสดงการเติบโตรายปี
  4. เปิดการตั้งค่าขั้นสูงเพื่อเปลี่ยนรอบทบต้น หรือใส่อัตราเงินเฟ้อเพื่อดูมูลค่าที่แท้จริง

แหล่งอ้างอิง

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย — อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์

    ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-02

  2. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) — การออมและการลงทุน

    ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-02

  3. สำนักงาน ก.ล.ต. — ความรู้การลงทุน

    ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-02

ความรับผิดชอบของเนื้อหา

เครื่องมือนี้ให้บริการฟรีโดย sabai.tools การประมวลผลทั้งหมดทำงานบนอุปกรณ์ของคุณ (Client-side) ข้อมูลที่คุณกรอก จะไม่ถูกส่งออกหรือบันทึกไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเราผลลัพธ์ใช้เพื่อประมาณการเบื้องต้น ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญหรือเอกสารทางการก่อนนำไปใช้ตัดสินใจ

ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร ทำไมถึงเรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก

ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) คือการนำดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละงวดกลับไปรวมกับเงินต้น แล้วคิดดอกเบี้ยงวดถัดไปจากยอดรวมที่โตขึ้น พูดง่ายๆ คือดอกเบี้ยงอกดอกเบี้ยอีกทีหนึ่ง ต่างจากดอกเบี้ยแบบธรรมดา (Simple Interest) ที่คิดจากเงินต้นก้อนเดิมตลอดอายุการฝาก ในปีแรกทั้งสองแบบให้ผลเท่ากัน แต่พอเวลาผ่านไป ช่องว่างจะถ่างออกเรื่อยๆ แบบเร่งตัว ไม่ใช่แบบเส้นตรง นี่คือเหตุผลที่การเริ่มออมเร็วให้ผลต่างมหาศาลเมื่อเทียบกับการออมมากแต่เริ่มช้า

สูตรคำนวณดอกเบี้ยทบต้น

สูตรมาตรฐานคือ A = P × (1 + r/n)n×t โดยที่ A คือเงินรวมในอนาคต P คือเงินต้น r คืออัตราดอกเบี้ยต่อปีในรูปทศนิยม n คือจำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี และ t คือจำนวนปี หากมีการออมเพิ่มทุกเดือนด้วย จะต้องบวกส่วนของเงินงวด ซึ่งคำนวณจากสูตรมูลค่าอนาคตของเงินรายงวด D × ((1 + i)n − 1) ÷ i โดย D คือเงินออมต่องวดและ i คืออัตราดอกเบี้ยต่องวด เครื่องมือนี้คำนวณให้ทั้งสองส่วนพร้อมกัน โดยสมมติว่าเงินออมเข้าบัญชีตอนสิ้นเดือน ซึ่งตรงกับการตัดบัญชีอัตโนมัติของธนาคารไทยส่วนใหญ่

ตัวอย่างการคำนวณด้วยตัวเลขจริง

สมมติมีเงินต้น 100,000 บาท ผลตอบแทน 5% ต่อปี ทบต้นปีละครั้ง ทิ้งไว้ 10 ปี จะได้เงินรวมประมาณ 162,889 บาท คือได้ดอกเบี้ย 62,889 บาท ในขณะที่หากเป็นดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น จะได้เพียงปีละ 5,000 บาท รวม 10 ปีเท่ากับ 50,000 บาท ส่วนต่างเกือบ 13,000 บาทคือพลังของการทบต้นล้วนๆ

ทีนี้ลองเพิ่มการออมเดือนละ 5,000 บาทเข้าไปด้วย ที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี ทบต้นรายเดือน เป็นเวลา 10 ปี เงินรวมจะขึ้นไปอยู่ที่ราว 941,000 บาท โดยเป็นเงินที่ใส่เองเพียง 700,000 บาท ที่เหลืออีกกว่า 240,000 บาทคือดอกเบี้ยที่งอกเงยขึ้นมา นี่คือเหตุผลที่การออมสม่ำเสมอเดือนละไม่มากมีพลังมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดคิด

กฎ 72 เครื่องมือคิดเลขในใจที่ใช้ได้จริง

หากอยากรู้คร่าวๆ ว่าเงินจะโตเป็นสองเท่าในกี่ปี ให้เอา 72 หารด้วยอัตราผลตอบแทนต่อปี เช่น ผลตอบแทน 6% ต่อปี เงินจะโตเท่าตัวในราว 12 ปี ผลตอบแทน 9% ใช้เวลาราว 8 ปี ส่วนเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี ต้องใช้เวลาถึง 144 ปีกว่าเงินจะโตเท่าตัว กฎนี้แม่นพอใช้สำหรับอัตราผลตอบแทนไม่เกิน 10% และช่วยให้เห็นภาพความต่างระหว่างทางเลือกได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดเครื่องคิดเลข

อย่าลืมเงินเฟ้อ ศัตรูตัวจริงของเงินออม

ตัวเลขเงินรวมในอนาคตดูสวยงามเสมอ แต่สิ่งที่ต้องถามต่อคือเงินก้อนนั้นจะซื้อของได้เท่าไหร่ หากเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 3% เงิน 1,000,000 บาทในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีอำนาจซื้อเท่ากับเงิน 553,676 บาทในวันนี้เท่านั้น หมายความว่าหากผลตอบแทนที่ได้ต่ำกว่าเงินเฟ้อ เงินออมกำลังจนลงเรื่อยๆ แม้ตัวเลขในบัญชีจะเพิ่มขึ้นก็ตาม สิ่งที่ควรมองคือผลตอบแทนที่แท้จริง ซึ่งเท่ากับผลตอบแทนที่ได้ลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ เครื่องมือนี้จึงแสดงมูลค่าหลังหักเงินเฟ้อไว้ให้ดูควบคู่กันเสมอ

ข้อควรรู้ก่อนนำตัวเลขไปใช้

  • ดอกเบี้ยเงินฝากถูกหักภาษี 15% ณ ที่จ่าย สำหรับดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาทต่อปี ทำให้ผลตอบแทนสุทธิที่ได้จริงต่ำกว่าตัวเลขที่คำนวณไว้
  • ผลตอบแทนการลงทุนไม่คงที่ เครื่องมือนี้สมมติอัตราคงที่ทุกปีเพื่อให้เห็นภาพ แต่หุ้นและกองทุนมีปีที่ติดลบได้ ตัวเลขที่ได้จึงเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว ไม่ใช่การรับประกัน
  • ค่าธรรมเนียมกัดกินผลตอบแทน กองทุนที่เก็บค่าธรรมเนียม 1.5% ต่อปี เมื่อทบต้นไป 20 ปีจะกินผลตอบแทนรวมไปมากกว่าที่คิด ควรนำมาหักออกจากอัตราผลตอบแทนที่กรอก
  • เริ่มเร็วสำคัญกว่าเริ่มเยอะ คนที่ออมเดือนละ 3,000 บาทตั้งแต่อายุ 25 มักมีเงินตอนเกษียณมากกว่าคนที่ออมเดือนละ 6,000 บาทแต่เริ่มตอนอายุ 40 เพราะเวลาคือตัวคูณที่ทรงพลังที่สุดในสูตรนี้

ตัวเลขทั้งหมดจากเครื่องมือนี้เป็นการประมาณการเพื่อการวางแผนเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนจริงควรศึกษาหนังสือชี้ชวน ทำความเข้าใจความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร

คือการนำดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละงวดไปรวมกับเงินต้น แล้วคิดดอกเบี้ยงวดถัดไปจากยอดรวมที่โตขึ้น ต่างจากดอกเบี้ยแบบคงที่ที่คิดจากเงินต้นเดิมตลอด ยิ่งปล่อยไว้นาน ผลต่างยิ่งห่างกันมาก

ฝากเงิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี 10 ปี ได้เท่าไหร่

หากทบต้นปีละครั้งจะได้ประมาณ 162,889 บาท คือได้ดอกเบี้ยราว 62,889 บาท ในขณะที่ดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นจะได้เพียง 50,000 บาท ส่วนต่างเกือบ 13,000 บาทมาจากการทบต้นล้วนๆ

กฎ 72 คำนวณอย่างไร

นำ 72 หารด้วยอัตราผลตอบแทนต่อปี จะได้จำนวนปีคร่าวๆ ที่เงินจะโตเป็นสองเท่า เช่น ผลตอบแทน 6% ต่อปี เงินจะโตเท่าตัวในราว 12 ปี เป็นการประมาณที่แม่นพอสำหรับอัตราไม่เกิน 10%

ทบต้นรายเดือนกับรายปีต่างกันมากไหม

ต่างกันแต่ไม่มากเท่าที่หลายคนคิด ที่อัตรา 5% ต่อปี เงินต้น 100,000 บาท 10 ปี ทบต้นรายเดือนได้มากกว่ารายปีประมาณ 1,800 บาท ปัจจัยที่สำคัญกว่ารอบทบต้นคืออัตราผลตอบแทนและระยะเวลา

ทำไมต้องดูมูลค่าหลังหักเงินเฟ้อ

เพราะเงิน 1 ล้านบาทในอีก 20 ปีข้างหน้าซื้อของได้น้อยกว่า 1 ล้านบาทวันนี้ หากเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี เงิน 1 ล้านในอีก 20 ปีจะมีอำนาจซื้อเท่ากับราว 553,676 บาทในวันนี้ ผลตอบแทนที่แท้จริงคือส่วนที่ชนะเงินเฟ้อ