ธุรกิจและการเงิน

คำนวณประกันสังคม

คำนวณเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 39 และ 40 ดูยอดที่หักจากเงินเดือน นายจ้างและรัฐสมทบเท่าไหร่ พร้อมประเมินเงินบำนาญชราภาพที่จะได้รับตลอดชีพ

คำนวณในเบราว์เซอร์ ข้อมูลเงินเดือนของคุณไม่ถูกส่งออก
แชร์เครื่องมือนี้

แชร์ผ่าน

ข้อมูลผู้ประกันตน

เลือกมาตราและกรอกข้อมูล

สปส.
฿

คิดเงินสมทบจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท เงินเดือนที่สูงกว่านี้จ่ายเท่าเพดานเสมอ

ใช้ประวัติฐานนำส่งจริง รวมช่วง ม.33 และ ม.39 ถ้ามี ไม่ใช่เงินเดือนล่าสุด; บำเหน็จเป็นเพียงตัวอย่างตามฐานเฉลี่ยที่กรอก

ใช้ประเมินสิทธิชราภาพ ต้องส่งครบ 180 เดือน (15 ปี) จึงจะได้บำนาญรายเดือนตลอดชีพ

ผลการคำนวณ

เงินสมทบต่อเดือน

ประมาณการ

คุณจ่ายเองต่อเดือน

-

ฐานค่าจ้างที่ใช้คิด

-

นายจ้างสมทบ

-

รัฐบาลสมทบ

-

รวมยอดที่ประมาณต่อเดือน

-

คุณจ่ายเองทั้งปี

-

ใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง

สิทธิชราภาพเมื่ออายุครบ 55 ปี

ประเภทสิทธิที่ได้รับ

-

บำนาญรายเดือน

-

อัตราบำนาญ

-

ประมาณจากอัตราปกติปี 2569 ไม่รวมช่วงลดอัตราชั่วคราว ยอดรวมของ ม.33/39 ไม่รวมส่วนที่รัฐบาลสมทบ และค่าจ้าง 0 ถือว่าไม่มีค่าจ้างนำส่งในแบบจำลองนี้ ยอดจริงโปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมหรือแอป SSO Connect

วิธีใช้งาน

  1. เลือกมาตราที่คุณเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 สำหรับพนักงานบริษัท มาตรา 39 สำหรับผู้เคยเป็นลูกจ้างที่ส่งต่อเอง และมาตรา 40 สำหรับอาชีพอิสระ
  2. กรอกเงินเดือน (เฉพาะมาตรา 33) หรือเลือกทางเลือกความคุ้มครอง (เฉพาะมาตรา 40)
  3. ดูเงินสมทบที่ต้องจ่ายต่อเดือน ยอดที่นายจ้างและรัฐสมทบให้ และยอดรวมทั้งปี
  4. กรอกจำนวนเดือนที่ส่งสะสมเพื่อประเมินเงินบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับ

แหล่งอ้างอิง

  1. เงินสมทบและฐานค่าจ้าง ม.33 ปี 2569 — จุฬาฯ

    ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-10

  2. พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

    ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-02

  3. กระทรวงแรงงาน

    ตรวจสอบเมื่อ 2026-09-02

ความรับผิดชอบของเนื้อหา

เครื่องมือนี้ให้บริการฟรีโดย sabai.tools การประมวลผลทั้งหมดทำงานบนอุปกรณ์ของคุณ (Client-side) ข้อมูลที่คุณกรอก จะไม่ถูกส่งออกหรือบันทึกไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเราผลลัพธ์ใช้เพื่อประมาณการเบื้องต้น ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญหรือเอกสารทางการก่อนนำไปใช้ตัดสินใจ

ประกันสังคมคิดเงินสมทบอย่างไร

กองทุนประกันสังคมเป็นระบบสวัสดิการภาคบังคับตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ที่ให้ความคุ้มครอง 7 กรณีคือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน เงินที่หักจากเงินเดือนทุกเดือนไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกแบ่งเข้ากองทุนย่อยตามประเภทสิทธิ โดยส่วนที่มากที่สุดคือกองทุนชราภาพ ซึ่งจะได้คืนในรูปเงินบำนาญหรือบำเหน็จเมื่ออายุครบ 55 ปี หลายคนเข้าใจผิดว่าเงินส่วนนี้เสียเปล่า ทั้งที่จริงเป็นเงินออมภาคบังคับที่มีนายจ้างช่วยจ่ายสมทบให้อีกเท่าตัว

มาตรา 33 — ลูกจ้างในสถานประกอบการ

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จ่ายเงินสมทบในอัตรา 5% ของค่าจ้าง โดยคิดจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท จุดสำคัญที่คนมักไม่รู้คือเพดานนี้ทำให้ไม่ว่าเงินเดือนจะ 17,500 หรือ 150,000 บาท ก็หักเท่ากันคือ 875 บาทต่อเดือน และนายจ้างต้องสมทบให้อีก 875 บาท รวมเข้ากองทุนเดือนละ 1,750 บาท ส่วนรัฐบาลร่วมสมทบอีกส่วนหนึ่งในอัตราที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 39 — เคยเป็นลูกจ้างแล้วส่งต่อเอง

เมื่อลาออกจากงานประจำ ความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จะสิ้นสุดลง หากต้องการรักษาสิทธิไว้ โดยเฉพาะสิทธิชราภาพที่สะสมมา สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และต้องสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน เงินสมทบคิดจากฐานค่าจ้างคงที่ 4,800 บาท ในอัตรา 9% เท่ากับ 432 บาทต่อเดือน จ่ายเองทั้งหมดเพราะไม่มีนายจ้างแล้ว ข้อควรระวังคือหากขาดส่ง 3 เดือนติดต่อกัน หรือส่งไม่ครบ 9 เดือนภายใน 12 เดือน ความเป็นผู้ประกันตนจะสิ้นสุดทันที

มาตรา 40 — อาชีพอิสระและฟรีแลนซ์

สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคมมาก่อน สามารถสมัครมาตรา 40 ได้ โดยเลือกทางเลือกความคุ้มครองได้ 3 แบบ ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาทต่อเดือน ได้ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท เพิ่มสิทธิเงินบำเหน็จชราภาพเข้ามา ส่วนทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท ได้ครบทุกสิทธิรวมถึงเงินสงเคราะห์บุตร จุดเด่นคือรัฐบาลร่วมจ่ายสมทบให้ด้วยทุกทางเลือก ทำให้เงินเข้ากองทุนมากกว่าที่จ่ายเองจริง

เงินบำนาญชราภาพคำนวณอย่างไร

นี่คือสิทธิที่มีมูลค่าสูงที่สุดแต่คนรู้น้อยที่สุด เงื่อนไขคือต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง และส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปีจึงจะได้รับเงินบำนาญรายเดือนไปตลอดชีวิต สูตรคือ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน 180 เดือน จะได้อัตราเพิ่มอีกปีละ 1.5%

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด นาย ก. ส่งเงินสมทบครบ 15 ปีพอดี ที่ฐานค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท จะได้บำนาญเดือนละ 3,000 บาท ตลอดชีพ แต่หากนาย ก. ส่งต่ออีก 5 ปีรวมเป็น 20 ปี อัตราจะเพิ่มเป็น 20 + (5 × 1.5) = 27.5% ได้บำนาญเดือนละ 4,125 บาทต่างกันเดือนละกว่าพันบาทตลอดชีวิตจากการส่งเพิ่มเพียง 5 ปี หากส่งไม่ครบ 180 เดือน จะได้เป็นเงินบำเหน็จก้อนเดียวแทน ซึ่งคือเงินสมทบส่วนชราภาพที่สะสมไว้พร้อมผลประโยชน์

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • เงินสมทบใช้ลดหย่อนภาษีได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุด 10,500 บาทต่อปีสำหรับมาตรา 33 อย่าลืมนำไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด. 90/91
  • อัตราอาจถูกปรับลดชั่วคราว ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจรัฐเคยประกาศลดอัตราเงินสมทบเป็นการชั่วคราว ตัวเลขในเครื่องมือนี้เป็นอัตราปกติ
  • สิทธิว่างงานต้องส่งครบ 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้างได้ 50% ของค่าจ้างไม่เกิน 180 วัน กรณีลาออกเองได้ 30% ไม่เกิน 90 วัน
  • ตรวจสอบยอดจริงได้เอง ผ่านแอป SSO Connect หรือเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม ซึ่งแสดงจำนวนเดือนที่ส่งสะสมและยอดเงินชราภาพที่แท้จริง

ตัวเลขทั้งหมดจากเครื่องมือนี้เป็นการประมาณการตามหลักเกณฑ์ทั่วไปเพื่อการวางแผนเบื้องต้นเท่านั้น กรณีเฉพาะบุคคล เช่น ช่วงที่ขาดส่ง การเปลี่ยนมาตราระหว่างทาง หรือค่าจ้างเฉลี่ยที่ไม่คงที่ อาจทำให้ผลลัพธ์จริงต่างออกไป โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมก่อนใช้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

ประกันสังคมหักเงินเดือนเท่าไหร่

มาตรา 33 หัก 5 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง แต่คิดจากฐานสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท ดังนั้นไม่ว่าเงินเดือนจะ 17,500 หรือ 100,000 บาท ก็หักสูงสุดเพียง 875 บาทต่อเดือนเท่ากัน และนายจ้างสมทบให้อีก 875 บาท

มาตรา 33 39 40 ต่างกันอย่างไร

มาตรา 33 คือลูกจ้างในสถานประกอบการที่มีนายจ้างสมทบให้ มาตรา 39 คือผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วลาออกแต่ต้องการส่งต่อเอง จ่ายเดือนละ 432 บาท ส่วนมาตรา 40 คือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่เคยอยู่ในระบบ เลือกจ่ายได้ 3 ทางเลือกตั้งแต่ 70 ถึง 300 บาทต่อเดือน

ส่งประกันสังคมกี่ปีถึงได้บำนาญ

ต้องส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนหรือ 15 ปีขึ้นไป และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ พร้อมความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จึงจะได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีพ หากส่งไม่ครบ 180 เดือนจะได้เป็นเงินบำเหน็จก้อนเดียวแทน

เงินบำนาญชราภาพได้เดือนละเท่าไหร่

คำนวณจาก 20 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน 180 เดือนจะได้อัตราเพิ่มอีก 1.5 เปอร์เซ็นต์ เช่น ส่งครบ 15 ปีที่ฐาน 15,000 บาท จะได้บำนาญเดือนละ 3,000 บาท หากส่ง 20 ปีจะได้เดือนละ 4,125 บาท

มาตรา 39 จ่ายเดือนละเท่าไหร่

จ่ายเดือนละ 432 บาท คิดจากฐานค่าจ้างคงที่ 4,800 บาทในอัตรา 9 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีนายจ้างร่วมสมทบ ต้องสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน และต้องเคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน